"ตม.5 สั่งตั้งกรรมการฯ ตม.ตาก พลาดปล่อยหลุดพม่าขืนใจ ลั่นไม่เว้นวินัย-อาญา สั่งประสานพม่าเร่งติดตามตัว“
สืบเนื่องจากกรณีปรากฎการเผยแพร่ข่าวผ่านเพจ ข่าวสดออนไลน์ และเพจ Drama-addict เมื่อวันที่ 3 ม.ค.69 ว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีมารดาถูกลูกจ้างสัญชาติเมียนมาทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิต เมื่อวันที่ 11 พ.ย.68 ต่อมาคนร้ายถูกส่งตัวมายัง ตม.จว.ตาก และถูกผลักดันส่งกลับไปยังประเทศเมียนมา ทั้งที่คนต่างด้าวดังกล่าวอยู่ในระหว่างกระบวนการรอดำเนินคดี
กรณีดังกล่าวนั้น วันนี้ ( 3 ม.ค.69) พ.ต.อ.ศราวุธ วะเท รอง ผบก.ตม.5 ในฐานะโฆษก บก.ตม.5 เปิดเผยว่า ทาง พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 ได้รับรายงานเหตุเบื้องต้นแล้ว และได้สั่ง ผกก.ตม.จว.ตาก ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ผลการตรวจสอบพบว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 15 พ.ย.68 สภ.พะวอ จว.ตาก ได้ส่งตัวนายโทนตาอ่อง สัญชาติเมียนมา มายัง ตม.จว.ตาก เพื่อผลักดันส่งกลับไปนอกราชอาณาจักร และในวันเดียวกัน ได้มีหนังสือแจ้งขอชะลอการส่งกลับ เนื่องจากอยู่ในระหว่างเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าผู้อื่น แต่ขณะนั้น พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ออกหมายจับ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนระหว่างการรอผลตรวจ DNA
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.68 พนักงานสอบสวน สภ.พะวอ จว.ตาก ได้ขออนุมัติหมายจับ นายโทนตาอ่อง ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่น” และได้นำหมายจับพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาขอรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงได้ทราบภายหลังว่า คนต่างด้าวดังกล่าวถูกส่งกลับไปนอกราชอาณาจักรแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.68 โดยเจ้าหน้าที่งานผลักดัน ตม.จว.ตาก ได้ดำเนินการผลักดันคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 50 ราย กลับเมียนมา จากการตรวจสอบภายหลัง พบว่าในจำนวนนี้มี นายโทนตา อ่อง สัญชาติเมียนมา รวมอยู่ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่งานผลักดันฯ ยืนยันว่า ไม่ปรากฏว่ามีการรับแจ้งการขอชะลอการส่งกลับแต่อย่างใด
เมื่อทราบเหตุดังกล่าว ผบก.ตม.5 จึงได้สั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ห้องกัก ตม.จว.ตาก ผลัดที่รับตัวผู้ต้องหา โดยในชั้นนี้ ถือเป็นความบกพร่องที่ปรากฎชัดแจ้ง ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า พบสิ่งบ่งชี้ว่าเป็นความบกพร่องโดยเจตนา หรือประมาทเลินเล่อ เพื่อใช้เป็นข้อมูลดำเนินการทางวินัย และคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุดต่อไป
สำหรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งถูกผลักดันกลับไปยังประเทศเมียนมาแล้วนั้น ผบก.ตม.5 ได้จัดชุดสืบสวนไปประสานงานกับทางเมียนมา เพื่อติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยโดยเร็วที่สุด และได้กำชับการปฏิบัติไปยังหัวหน้าหน่วยในสังกัด หากผู้ต้องกักที่มีสถานะเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาญา และมีการประสานมายังหน่วย ตม. ในการชะลอการส่งกลับ ให้เจ้าหน้าที่ รายงานให้หัวหน้าหน่วยทราบในทันที เพื่อสั่งการกำชับการปฏิบัติไม่ให้เกิดความบกพร่องและเสียหายต่อไป

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น